หมวกปลูกผม

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้านเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ แต่เชื่อว่าหากเป็นไปได้ก็อยากจะรักษาผมร่วง ผมบางด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเจ็บตัว ในปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวออกมามากมาย แต่มีผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงกันบ่อย ๆ ในขณะนี้คือ “หมวกปลูกผม” นั่นเอง

ในบทความนี้หมอจะมาพูดถึงเรื่องหมวกปลูกผมคืออะไร ช่วยรักษาผมร่วง ผมบางได้จริงหรือไม่ มีข้อควรระวังหากจะใช้งานหมวกปลูกผมไหม หมวกปลูกผมสามารถทดแทนการปลูกผมได้หรือไม่ รวมถึงแนะนำหมวกเลเซอร์ปลูกผม ยี่ห้อไหนดี เพราะหมอได้ตรวจสอบมาแล้วว่าปลอดภัยและให้ผลจริงค่ะ



ทำความรู้จัก “หมวกปลูกผม” 

หมวกปลูกผม หรือ หมวกเลเซอร์ปลูกผม คืออุปกรณ์เลเซอร์รูปแบบหมวกเพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเลเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในหมวกปลูกผมจะเป็นเลเซอร์พลังงานต่ำ Low Level Laser Therapy หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า เลเซอร์ LLLT ค่ะ

โดยเลเซอร์ LLLT นั้นมีการนำมาใช้รักษาภาวะผมร่วง ผมบางในคลินิกกันมานานแล้ว แต่เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้สามารถผลิตอุปกรณ์ที่ให้เลเซอร์ LLLT ในรูปแบบหมวกปลูกผม ที่สามารถนำไปใช้ง่าย ๆ ที่บ้านได้เลย

หมวกปลูกผมนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้บำรุงหนังศีรษะเพื่อให้เส้นผมสามารถงอกขึ้นใหม่อย่างแข็งแรงกว่าเดิม อีกทั้งเป็นอุปกรณ์ทางเลือกที่ใช้รักษาผมร่วง ผมบางสำหรับผู้ที่ไม่อยากจะผ่าตัดปลูกผมอีกด้วย


หมวกปลูกผม ลดผมร่วงได้จริงไหม

หมวกปลูกผม ได้ผลจริงไหม
หมวกปลูกผม ลดผมร่วงได้จริงไหม

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าหมวกปลูกผม ได้ผลจริงหรือไม่ ถ้าแค่ใช้หมวกปลูกผมก็สามารถทำให้ผมกลับมางอกเงยหนาแน่นเหมือนแต่ก่อน แล้วจะรักษาผมร่วงด้วยการปลูกผม ฉีดสเต็มเซลล์ผม (Rigenera) หรือการฉีด PRP ผมทำไมกัน ? 

ก่อนที่หมอจะสรุปให้ฟังว่าหมวกปลูกผม ได้ผลจริงไหม? เราไปดูว่าเลเซอร์ LLLT ที่เป็นส่วนสำคัญของหมวกปลูกผมนี้คืออะไร มีการทำงานอย่างไรกันก่อนค่ะ


เลเซอร์ LLLT คืออะไร

เลเซอร์ LLLT หรือ Low Level Laser Therapy เป็นเลเซอร์แสงสีแดงที่อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 650-680 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีพลังงานระดับต่ำ ๆ สามารถแทรกเข้าไปยังรูขุมขนและกระตุ้นให้เซลล์รากผมทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนที่อยู่ในระยะ Telogen (ระยะที่รูขุมขนพักตัว เส้นผมเก่าจะถูกผลักออก เพื่อรอเส้นผมใหม่มาแทนที่) กลับเข้าสู่ระยะ Anagen ได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นระยะที่เส้นผมเจริญเติบโต งอกยาวออกจากรูขุมขนนั่นเองค่ะ

ให้หมอพูดง่าย ๆ คือเลเซอร์ LLLT นั้นจะทำให้ระยะที่ผมหลุดร่วงสั้นลง และไปทำให้ระยะที่ผมเจริญเติบโตนานขึ้น ส่งผลให้ผมไม่หลุดร่วงง่าย และผมที่ร่วงไปก็จะงอกขึ้นมาใหม่ได้เร็วค่ะ

หมวกเลเซอร์ปลูกผมนี้จะมีแสงเลเซอร์ LLLT ติดอยู่ภายในหมวก เมื่อเปิดใช้งานแสงเลเซอร์ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการที่หมอได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่การใช้เลเซอร์ LLLT นี้จำเป็นต้องอาศัยความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพราะต้องใช้เวลาในการปรับวงจรชีวิตผมใหม่นั่นเอง

โดยปกติแล้วการใช้หมวกปลูกผมเพื่อลดผมร่วงให้ได้ประสิทธิภาพจริง ๆ นั้นควรจะใช้หมวกปลูกผมเพื่อให้เลเซอร์ไปกระตุ้นหนังศีรษะเป็นประจำสัปดาห์ละประมาณ 3-4 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนเป็นต้นไปค่ะ หากใช้งานไม่สม่ำเสมอหรือระยะเวลาใช้งานไม่เพียงพอก็อาจทำให้ผลลัพธ์ของการใช้หมวกปลูกผมไม่เป็นที่พึงพอใจได้

สรุปแล้วหมวกปลูกผมสามารถลดผมร่วง ช่วยแก้ผมบางให้กลับมาหนาขึ้นได้จริงค่ะ แต่อย่างไรก็ตามการใช้หมวกปลูกผมเป็นหนึ่งในวิธีแก้ผมร่วงที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะประโยชน์ของหมวกปลูกผมมีมากมาย เช่น

  • กระตุ้นเซลล์รากผมให้ทำงานดีขึ้น ลดช่วงระยะเวลาพักผมลงและไปเพิ่มระยะการเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น
  • กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกขึ้น และเมื่อเลือดไหลเวียนดี เซลล์รากผมก็จะได้รับสารอาหารมากขึ้น จึงเป็นเหตุที่ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรงกว่าเดิม
  • นอกจากนี้การที่เลือดไหลเวียนดียังทำให้อาการอักเสบของหนังศีรษะลดลง รวมถึงช่วยให้แผลหายเร็ว บางครั้งจึงมีการใช้หมวกปลูกผมหลังการปลูกผมถาวรเพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว และยังช่วยให้ผลลัพธ์หลังปลูกผมเป็นไปในทางที่ดีค่ะ
  • หมวกปลูกผมเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ๆ ที่บ้าน ไม่ต้องใช้งานโดยแพทย์ มีความสะดวกทั้งในแง่วิธีการใช้งานและสะดวกสบายในเรื่องของเวลาอย่างมาก
  • หมวกปลูกผมมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ลดผมร่วง หรือการทำหัตถการอื่น ๆ เพราะหมวกปลูกผมเป็นเพียงแค่การฉายแสงเลเซอร์พลังงานต่ำ ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังหรือเซลล์ภายในร่างกายแต่อย่างใด

ข้อควรระวัง ก่อนใช้หมวกปลูกผม

หมวกปลูกผม รีวิว
ข้อควรระวัง ก่อนใช้หมวกปลูกผม

ถึงแม้ว่าข้อดีและประโยชน์ของหมวกปลูกผมจะมีอยู่มาก ทั้งเรื่องความสะดวกสบายและผลข้างเคียงต่ำ แต่ก่อนจะใช้หมวกปลูกผมเพื่อรักษาผมร่วง ผมบางก็ควรจะพิจารณาถึงข้อจำกัดของหมวกปลูกผมก่อนค่ะ เพราะหมวกปลูกผมไม่สามารถใช้รักษาภาวะผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านจากบางสาเหตุได้ 

อย่างแรกเลยเพราะหมวกปลูกผมทำงานโดยใช้เลเซอร์ในการกระตุ้นเซลล์รากผม ดังนั้นหากเป็นผมร่วงที่เกิดจากรากผมฝ่อ เซลล์รากผมตายไปแล้วนั้นก็ไม่สามารถใช้หมวกปลูกผมรักษาได้ เพราะไม่มีเซลล์รากผมให้กระตุ้นแล้วนั่นเอง

ข้อจำกัดถัดมาเลยก็คือ หมวกปลูกผมไม่สามารถรักษาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านที่เกิดจากฮอร์โมนเพศชาย Dihydrotestosterone (DHT) และกรรมพันธุ์ในเพศชายค่ะ เพราะฮอร์โมน DHT นั้นจะไปทำลายรูขุมขนและไปยับยั้งการสร้างผมใหม่ ในขณะที่เลเซอร์ LLLT ของหมวกปลูกผมทำได้แค่กระตุ้นเซลล์รากผมเท่านั้น ไม่สามารถยับยั้งฮอร์โมน DHT ที่เป็นต้นเหตุของอาการผมร่วงค่ะ

ดังนั้นหมวกปลูกผมจึงสามารถใช้รักษาอาการผมร่วง ผมบางในระดับเริ่มต้นจนถึงปานกลางเท่านั้น หากอาการผมร่วงรุนแรงหรือเป็นอาการผมร่วงในเพศชาย อาจไม่แนะนำให้ใช้หมวกปลูกผมในการรักษาผมร่วง และหากมาปรึกษาหมอ หมอก็จะแนะนำวิธีแก้ไขผมร่วงด้วยวิธีอื่นแทน เช่น ปลูกผม FUE ปลูกผม FUT หรือ ปลูกผม DHI ที่ให้ผลการรักษาที่ชัดเจนกว่าค่ะ


วิธีใช้งานหมวกปลูกผมให้เห็นผล

เพื่อให้หมวกปลูกผมสามารถบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้ดูหนาและแข็งแรงขึ้น หมอขอแนะนำวิธีใช้งานหมวกปลูกผมดังนี้ค่ะ

  1. ก่อนจะสวมหมวกปลูกผมให้ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะก่อน พร้อมกับเช็ดผมให้แห้งสนิททุกครั้ง
  2. จากนั้นให้สวมหมวกปลูกผมและเปิดเครื่องให้เลเซอร์ LLLT ยิงตรงเข้าสู่เซลล์รากผมครั้งละประมาณ 15-20 นาที 
  3. เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดควรใช้หมวกปลูกผมอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์และใช้ต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไปค่ะ*

*แต่อย่างไรก็ตามหมวกปลูกผมในแต่ละแบรนด์จะมีข้อแนะนำเรื่องระยะเวลาการใช้งานที่เหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรจะศึกษาวิธีการใช้งานหมวกปลูกผมของแต่ละแบรนด์อีกครั้ง

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้หมวกปลูกผมรักษาผมร่วง ผมบางขึ้นอยู่กับแแต่ละบุคคลด้วยค่ะ เพราะบางรายที่ตอบสนองต่อการรักษาดีก็อาจกลับมามีผมหนานุ่มได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น แต่กลับกันก็มีบางรายทีให้ผมการรักษาไม่ชัดเจนถึงแม้ว่าจะใช้หมวกปลูกผมไปนานกว่า 12 เดือนแล้วก็ตาม


หมวกปลูกผม ใช้กี่เดือนถึงจะเห็นผล

หมวกปลูกผม วิธีใช้
หมวกปลูกผม ใช้กี่เดือนถึงจะเห็นผล

หมวกปลูกผมเป็นเครื่องมือทางเลือกที่ใช้รักษาผมร่วงผมบางด้วยตัวเอง อีกทั้งการทำงานของเลเซอร์ LLLT ที่หมวกปลูกผมนั้นจะเน้นไปที่การกระตุ้นเซลล์รากผม การปรับวงจรชีวิตของผมใหม่ จึงอาจต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผลลัพธ์ ซึ่งปกติแล้วหากมีการใช้หมวกปลูกผมตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอนั้นจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีค่ะ


แนะนำหมวกปลูกผมยี่ห้อไหนดี

หลายคนที่เริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง อยากรีบแก้ไขปัญหาก่อนจะสายเกินแก้ก็อาจมอง ๆ หาซื้อหมวกปลูกผมที่ใช้งานง่าย ๆ เองที่บ้าน แต่อาจมีข้อสงสัยว่าหมวกเลเซอร์ปลูกผม ยี่ห้อไหนดี เพราะหมวกปลูกผมมีหลายแบรนด์หลายราคาเหลือเกิน ดังนั้นหมอแก้วจะมาแนะนำหมวกปลูกผมที่ตรวจสอบแล้วว่ารักษาได้จริงและปลอดภัย 2 ยี่ห้อ คือ

หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairMax

หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairMax
หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairMax

หมวกเลเซอร์ปลูกผมรุ่น HairMax Flip 80 LaserCap นวัตกรรมหมวกปลูกผมแบบไร้สายที่มีแบตเตอรี่ในตัว สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 6 ครั้งต่อการชาร์จเพียง 1 รอบเท่านั้น ที่หมวกปลูกผมมีหลอดเลเซอร์ LLLT พลังงานต่ำอยู่ 80 หลอด แต่เมื่อพลิกหมวกก็สามารถปล่อยพลังงานครอบคลุมทั่วศีรษะเทียบเท่า 160 หลอดเลยทีเดียว 

แสงเลเซอร์ LLLT จะส่งพลังงานไปยังรูขุมขนและไปกระตุ้นเซลล์รากผมให้ทำงานดีขึ้น ช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาและแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้งานยิ่งกว่า เพราะหมวกเลเซอร์ปลูกผมมีการออกแบบให้ตัวหมวกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สวมใส่ง่าย และยังน้ำหนักเบาเพียง 368 กรัมเท่านั้น สามารถใส้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

ผลิตภัณฑ์หมวกเลเซอร์ปลูกผมจาก HairMax มั่นใจได้เรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยด้วยการรับรองจาก FDA มีงานวิจัยทางคลินิกรับรอง ได้ใบอนุญาตให้ใช้เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ในระดับสากล อีกทั้งยังมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์อีกด้วย

หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairBeam

หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairBeam
หมวกเลเซอร์ปลูกผมยี่ห้อ HairBeam

หมวกเลเซอร์ปลูกผมอีก 1 แบรนด์ที่หมออยากจะแนะนำคือแบรนด์ HairBeam ค่ะ หมวกปลูกผม Hair Beam Air นี้โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ที่เรียบง่าย เหมาะกับการใช้งานในทุก ๆ วัน มีการออกแบบให้สามารถปรับขนาดได้ตามใจ เหมาะกับทุกคนค่ะ

นอกจากนี้ตัวหมวกปลูกผม Hair Beam Air ยังมาพร้อมกับ PICOCARE Tech-Transformation of Cold LASER generator เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ HairBeam เท่านั้น เทคโนโลยีนี้ช่วยในการควบคุมแสงเลเซอร์มีความคงที่ มีความแม่นยำสูง อีกทั้งยังมาพร้อมกับความละเอียดระดับนาโน ทำให้ Hair Beam Air สามารถฟื้นฟูความแข็งแรงของเซลล์รากผมไปพร้อม ๆ กับบำรุงหนังศีรษะแบบครบวงจร

ที่สำคัญหมวกปลูกผม Hair Beam Air มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาก ๆ ถึง 10,000 ชั่วโมง หรือนานกว่า 45 ปีเลยทีเดียว (สำหรับการใช้งานทุกวัน วันละ 18 นาที)


วิธีรักษาผมร่วง ผมบาง ควบคู่กับการใช้หมวกปลูกผม

หมวกปลูกผม รักษาผมร่วง
วิธีรักษาผมร่วง ผมบาง ควบคู่กับการใช้หมวกปลูกผม

หมวกปลูกผมเป็นอุปกรณ์ที่เป็นทางเลือกในการรักษาผมร่วง ผมบางที่ยังมีอาการไม่รุนแรงเท่านั้น และผู้ใช้งานจำเป็นต้องใช้หมวกปลูกผมติดต่อกันเป็นเวลานานจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

แต่สำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านอาการที่รุนแรงเกินกว่าจะใช้หมวกปลูกผมแล้วหมอขอแนะนำว่าควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาผมร่วง ผมบางด้วยวิธีอื่น ๆ จะดีกว่าหรือเพื่อให้การรักษาเห็นผลดีขึ้นก็อาจใช้หมวกปลูกผมควบคู่ไปกับการรักษาก็ได้เช่นกัน

โดยปกติแล้วสำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จะมีวิธีแก้ผมร่วง อยู่ 4 วิธีใหญ่ ๆ ค่ะ

1.ปลูกผม

การปลูกผมเป็นวิธีแก้ผมร่วงที่เห็นผลได้ชัดเจนมาก เพราะเป็นการปลูกถ่ายนำเซลล์รากผมที่มีส่วนประกอบของเซลล์ต้นกำเนิดผมจากบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงน้อยมาปลูกในบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านนั่นเองค่ะ 

โดยการปลูกผมแบบนี้จะเป็นการปลูกผมแบบถาวร เมื่อผมที่ปลูกถ่ายขึ้นมาใหม่แล้วก็จะเนียนสวยเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นการนำเซลล์รากผมของตนเองมาปลูกถ่าย ไม่ได้นำของคนอื่นหรือผมเทียมมาใช้แต่อย่างใด

การปลูกผมในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายเทคนิค ในแต่ละเทคนิคก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น

  • ปลูกผม FUT

Follicular Unit Transplantation หรือ FUT เป็นเทคนิคการปลูกผมถาวรโดยการผ่าตัด แพทย์จะทำการผ่าตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอยออกไปส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่มีเซลล์รากผมสภาพดีค่อนข้างมากนั่นเอง

หลังผ่าตัดเอาแถบผมบริเวณท้ายทอยออกมาแล้วแพทย์จะทำการแบ่งกอผมเล็ก ๆ เพื่อนำกลับเข้าไปปลูกถ่ายยังบริเวณที่ต้องการ

การปลูกผม FUT นี้มีจุดเด่นคือสภาพของเซลล์รากผมที่นำออกมาจะค่อนข้างสมบูรณ์ ใช้งานได้เยอะ ทำให้มีโอกาสปลูกถ่ายติดมากกว่า อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกผมบริเวณกว้าง เพราะการผ่าตัดและเย็บแผลปิดจะทำให้ผมที่ท้ายทอยดูไม่บางลงค่ะ

  • ปลูกผม FUE

Follicular Unit Extraction หรือ FUE เป็นเทคนิคการปลูกผมถาวรที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้เทคนิคการเจาะรูเล็ก ๆ ในบริเวณผมที่ท้ายทอยเพื่อดึงเอาเซลล์รากผมออกมาแทน หลังจากนั้นก็จะมีขั้นตอนที่เหมือนกับการปลูกผม FUT คือการนำเซลล์รากผมแต่ละกอไปปลูกถ่ายในตำแหน่งที่ต้องการ

การปลูกผม FUE มีจุดเด่นคือไม่ต้องเย็บแผล ไม่ต้องพักฟื้น เพราะใช้การเครื่องมือเฉพาะในการเจาะรูเล็ก ๆ ขนาดไม่ถึง 1 มิลลิเมตรเท่านั้น 

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีผมบางทั่วศีรษะหรือต้องการปลูกผมพื้นที่มาก ๆ ใช้จำนวนกราฟท์ผมมากกว่า 4,000 กราฟท์อาจไม่เหมาะกับการใช้เทคนิคนี้ เพราะอาจทำให้เส้นผมบริเวณท้ายทอยดูบางลงไปอีกค่ะ

  • ปลูกผม DHI

Direct hair implant หรือ DHI เป็นเทคนิคการปลูกผมที่ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจที่สุดในขณะนี้ โดยการปลูกผม DHI จะเป็นการใช้เครื่องมือ Implantor pen ที่มีลักษณะคล้ายปากกานำเอากราฟท์ผมที่ผ่าตัดออกมาด้วยเทคนิค FUT หรือ FUE กลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการ

ความพิเศษของอุปกรณ์นี้จะช่วยให้การนำส่งกราฟท์ผมกลับเข้าไปนั้นอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่ทำลายกราฟท์ผมรวมถึงผมบริเวณรอบข้าง ทำให้มีโอกาสปลูกผมสำเร็จมากขึ้นค่ะ

ปกติแล้วการปลูกผมของทาง Dr.Tarinee Hair Clinic ไม่ว่าจะใช้เทคนิคปลูกผม FUT หรือ FUE ในการนำกราฟท์ผมออกมาใช้เป็นวัตถุดิบในการปลูกผมก็ตาม แต่ในขั้นตอนการนำกราฟท์ผมกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการปลูกผมก็จะใช้เทคนิค DHI อยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าปลูกผมกับ Dr.Tarinee Hair Clinic จะมีโอกาสปลูกผมติดมากกว่าค่ะ

2.ฉีด PRP ผม

Platelet Rich Plasma หรือฉีด PRP ผม เป็นการนำเกล็ดเลือดของตัวคนไข้เองมาใช้ในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ โดยแพทย์จะเก็บเลือดจากคนไข้มาเพียงเล็กน้อยแล้วนำมาปั่นแยกนำเฉพาะส่วนของเกล็ดเลือดออกมาแล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณที่มีปัญหาผมบาง

ในเกล็ดเลือดเข้มข้นจะประกอบไปด้วย Growth factor ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีผลช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม และกระตุ้นการงอกของเส้นผมขึ้นมาใหม่ที่มีความแข็งแรงกว่าเดิมค่ะ 

3.ฉีดสเต็มเซลล์ผม 

ฉีดสเต็มเซลล์ผม (Rigenera) เป็นการเก็บเซลล์รากผมของคนไข้มาประมาณหนึ่งแล้วทำการสกัดเพื่อแยกเอาสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดด้วยเครื่องมือพิเศษ Rigenera Activa แล้วนำสเต็มเซลล์ที่ได้จากการสกัดมาฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการรักษา สเต็มเซลล์ก็จะไปช่วยในเรื่องการซ่อมแซม ฟื้นฟูเซลล์ให้กลับมาสภาพดี ส่งผลให้ผมที่ขึ้นมาใหม่แข็งแรงกว่าเดิมค่ะ

4.เลเซอร์ LLLT 

การรักษาผมร่วง ผมบางด้วยเลเซอร์ LLLT ที่คลินิกก็จะใช้เลเซอร์ตัวเดียวกันกับหมวกปลูกผม แต่การทำเลเซอร์ LLLT ที่คลินิกจะใช้เครื่องฉายแสงเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายโคม มีความเข้มของแสงเลเซอร์มากกว่าหมวกปลูกผมที่เป็นแบบพกพา จึงทำให้เห็นผลลัพธ์การรักษาที่ดีและรวดเร็วกว่าค่ะ


สรุปหมวกปลูกผมรักษาผมร่วงได้ไหม

หมวกปลูกผมเป็นอุปกรณ์ทางเลือกที่ใช้ในการรักษาภาวะผมร่วง ผมบางในระดับต้นหรือระดับกลาง ๆ โดยเลเซอร์ LLLT ของหมวกปลูกผมจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์รากผมกลับมาทำงานดีอีกครั้ง ลดระยะเวลาพักผมและยืดเวลาการเจริญเติบโตของผมค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามการใช้หมวกปลูกผมในการรักษาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านอาจได้ผลที่ไม่น่าพึงพอใจหรืออาจไม่ได้ผลเลย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ แนะนำว่าก่อนจะไปซื้อหมวกปลูกผมมาใช้ อาจเข้ามาขอคำแนะนำกับแพทย์ก่อนจะดีกว่าค่ะ เพื่อจะได้สามารถแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านได้อย่างตรงจุด หากสนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษากับหมอแก้ว Dr.Tarinee Hair Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะได้เลยค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาทุกเคส 

ช่องทางการติดต่อ : 

Website : Dr.Tarinee Hair Clinic

Line : @drtarinee 

Facebook : Dr.Tarinee Hair Clinic ปลูกผม รักษา ผมร่วง ผมบาง

โทร : 088-9519193


ขอบคุณข้อมูลจาก

Avci, P. Gupta, G.K. Clark, J. Wikonkal, N. & Hamblin, M.R. (2013). Low-level laser (light) therapy (LLLT) for treatment of hair loss. Lasers in Surgery and Medicine, 46(2): 144-151. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3944668/

Our Editorial Team. (2021, March 25). Laser Hair Growth Cap: Do They Work?. hims. https://www.forhims.com/blog/laser-hair-growth-cap

WebMD Editorial Contributors. (2023, March 6). Understanding Hair Loss: The Basics. WebMD. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/hair-loss/understanding-hair-loss-basics