ปลูกผม ผู้ชาย VS ผู้หญิง

การปลูกผม ผู้ชาย เป็นหนึ่งในแนวทางฟื้นฟูเส้นผมที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะการเกิดปัญหาผมร่วงของผู้ชายและผู้หญิงมีความต่างกันพอสมควร เช่น ผมร่วงจนหัวล้านตรงกลาง หรือแนวผมบริเวณหน้าผากถอยร่นขึ้นไป การทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่าการปลูกผมคืออะไร แตกต่างยังไง และลักษณะการปลูกผมของแต่ละเพศเป็นอย่างไร จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายและเหมาะกับสภาพผมของตัวเองมากขึ้นค่ะ


KEY TAKEAWAY

  • ผู้หญิงมีโอกาสผมร่วงมากกว่า แต่ผู้ชายมักเห็นปัญหาเด่นชัดกว่า จึงต้องประเมินและวางแผนปลูกผมต่างกันในแต่ละเพศ
  • การปลูกผม ผู้ชาย คือการย้ายรากผมจากบริเวณที่แข็งแรง เช่น ท้ายทอย ไปปลูกในพื้นที่ที่ผมบาง เพื่อฟื้นผมให้ดูหนาและเป็นธรรมชาติขึ้น เสริมความมั่นใจให้ผู้ชายได้อย่างดี
  • ผู้ชายผมร่วงเป็นจุดชัดเจน ส่วนผู้หญิงผมบางกระจาย และแนวผมที่ต้องออกแบบก็ต่างกัน จึงต้องใช้เทคนิคปลูกผมที่เหมาะกับโครงหน้าแต่ละคน
  • การประเมินกับแพทย์ช่วยให้ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งจำนวนกราฟผม เทคนิคที่ใช้ และพื้นที่ปลูกผมที่ต่างกันในแต่ละคน 
  • คลินิกมีทีมแพทย์เฉพาะทาง ให้คำปรึกษา การออกแบบแนวผม และโปรแกรมบำรุงผม เหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการปลูกผมอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่เข้ากับใบหน้าจริง ๆ

ปลูกผมผู้ชาย คืออะไร?

ปลูกผมผู้ชาย คืออะไร?
ปลูกผมผู้ชาย คืออะไร?

การปลูกผม ผู้ชาย คือการทำศัลยกรรมความงามรูปแบบหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้านตรงกลาง และหัวเถิก ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ชายไม่น้อย โดยย้ายรากผมผู้ชายจากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ ซึ่งมักมีความแข็งแรงกว่า มาปลูกผมในพื้นที่ที่มีปัญหา ทำให้ผมงอกออกมาหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเสมือนกับผมจริง ในปัจจุบัน มีวิธีปลูกผมผู้ชายที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ปลูกผม FUT ปลูกผม FUE และ ปลูกผม DHI เป็นต้นค่ะ


ผู้ชายหรือผู้หญิง คนกลุ่มไหนผมร่วงมากกว่ากัน?

โดยทั่วไป ผู้ชายและผู้หญิงผมร่วงไม่เท่ากันค่ะ ซึ่งผู้หญิงมีโอกาสผมร่วงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากปัจจัยด้านฮอร์โมน การตั้งครรภ์ ความเครียด รวมถึงการจัดแต่งทรงผมที่อาจดึงรั้งเส้นผม เช่น มัดตึง ใช้ความร้อนหนีบผมบ่อย หรือใช้สารเคมีต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผมบางได้ง่ายกว่า

ในขณะเดียวกัน แม้ผู้หญิงจะผมร่วงมากกว่า แต่กลับเป็นผู้ชายที่เห็นปัญหาผมได้ชัดกว่า เพราะลักษณะผมร่วงของผู้ชายมักเกิดเป็นจุด เช่น บริเวณหน้าผากที่ร่นขึ้น หรือกลางศีรษะที่บางลงจนหัวล้าน ซึ่งทำให้ผู้ชายหลายคนเริ่มมองหาการปลูกผม ผู้ชาย เป็นทางเลือกในการแก้ปัญหา ในขณะที่ผู้หญิงมักผมบางแบบกระจาย จึงดูไม่เห็นเด่นชัดเท่าผู้ชาย เพราะเหตุนี้จึงส่งผลให้คุณหมอเลือกใช้วิธีปลูกผมผู้ชาย – ผู้หญิงแตกต่างกันนั่นเองค่ะ 


ปลูกผมผู้ชายกับผู้หญิง แตกต่างกันอย่างไร?

ปลูกผมผู้ชาย ปลูกผมผู้หญิง
ปลูกผมผู้ชาย ปลูกผมผู้หญิง

คุณหมอจะเริ่มจากประเมินลักษณะผม ความแข็งแรงของรากผม โครงหน้า พื้นที่ที่ต้องการปลูกผม รวมถึงจำนวนกราฟผมที่ต้องใช้จึงอาจต่างกัน เพื่อให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติและเข้ากับโครงหน้าของคนแต่ละเพศมาก โดยมีจุดที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจปลูกผม ผู้ชาย และผู้หญิง ดังนี้

ผู้ชายมีลักษณะผมร่วงที่เฉพาะจุดกว่า เช่น บริเวณหน้าผากล้านลึก หรือช่วงกลางศีรษะ ซึ่งเหมาะกับวิธีปลูกผมแบบ FUT หรือ FUE โดยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเส้นผมผู้ชาย ส่วนการปลูกผมผู้หญิงนั้น พื้นที่ผมบางมักเป็นบริเวณกว้างกว่า จึงต้องวางแผนและเลือกวิธีปลูกผมอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เส้นผมใหม่กระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

โครงหน้าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้การปลูกผม ผู้ชาย ต่างจากผู้หญิงค่ะ ผู้ชายมักมีรูปแบบแนวผมที่คมและหนากว่า ในขณะที่ผู้หญิงต้องการแนวผมที่มีความโค้งมนและเข้ากับใบหน้าได้อย่างลงตัว การออกแบบไลน์ผมจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก คุณหมอจะวาดแนวผมขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างพื้นที่ในการปลูกผมให้หนาและดกขึ้น โดยคำนึงถึงทั้งโครงหน้า ลักษณะผมเดิม รวมทั้งความหนาของเส้นผมด้วย


ทำไมต้องปลูกผมผู้ชายที่ Dr.Tarinee Hair Clinic

การเลือกคลินิกปลูกผมถือเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนที่กำลังหาข้อมูลปลูกผมสำหรับผู้ชาย โดย Dr.Tarinee Hair Clinic มีทีมแพทย์ที่ใส่ใจคนไข้เป็นรายบุคคล ตรวจประเมินอย่างละเอียด รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนกราฟผมที่เหมาะสม วิธีปลูกผม เทคนิคการดูแล และโปรแกรมฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นเพื่อกระตุ้นผมให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน 

อ่านรีวิวปลูกผมผู้ชายกับ Dr.Tarinee Hair Clinic เพื่อประกอบการตัดสินใจทำที่นี่ : รีวิว ปลูกผม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปลูกผม ผู้ชาย

ราคาปลูกผมผู้ชายขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการปลูกผม ขนาดพื้นที่ที่จะปลูกผม และเทคนิคการปลูกผมแต่ละวิธี โดยสามารถติดต่อกับทางคลินิก Dr.Tarinee Hair Clinic เพื่อประเมินเคส และคิดราคาได้ถูกต้อง

การปลูกผม ผู้ชาย 3,000 กราฟเหมาะกับผู้ที่มีผมบางหลายบริเวณ และควรประเมินกับแพทย์โดยตรง โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 300,000 บาทค่ะ

ปลูกผมวิธี FUE และ DHI ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-3 วัน ในขณะที่ปลูกผมวิธี FUT ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าถึง 10 วัน เพราะมีแผลผ่าตัดที่ต้องเย็บและตัดไหมนั่นเอง


ปลูกผม ผู้ชายให้ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มต้นจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน

โดยสรุป การปลูกผม ผู้ชาย และการปลูกผมผู้หญิง แม้จะใช้หลักการคล้ายกัน แต่รายละเอียดหลายอย่าง เช่น บริเวณที่ผมร่วง ลักษณะโครงหน้า ความแข็งแรงของรากผม และเทคนิคที่ใช้ มีความต่างกันพอสมควรค่ะ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก รวมถึงการประเมินกับคุณหมอโดยตรงช่วยให้รู้ว่าควรใช้เทคนิคปลูกผมแบบไหน เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับลักษณะผมผู้ชายค่ะ

หากใครยังไม่รู้ว่าจะปลูกผมที่ไหนดีนั้น สามารถขอคำปรึกษาจากคุณหมอก่อนรับการปลูกผมได้ที่คลินิก Dr.Tarinee Hair Clinic เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 10.00–19.00 น. เหมาะสำหรับคนทำงานที่อยากนัดหมายช่วงหลังเลิกงาน หรือวันเสาร์ได้อย่างดีค่ะ

หากสนใจเข้ารับการประเมินที่ Dr.Tarinee Hair Clinic สามารถติดต่อได้ที่