ไรผม

ปัญหาหน้าผากกว้าง ผมช่วงหน้าน้อยทำให้ดูหัวเถิกสำหรับบางคนแล้วสิ่งนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความไม่มั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ ความสวยความงาม การมีหน้าผากที่กว้าง หัวเถิกนั้นทำให้ใบหน้าดูกว้างและใหญ่ ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วนนั่นเอง

หลายคนอาจเคยได้ยินว่าปัญหาหัวล้านมักเกิดขึ้นกับผู้ชายเสียมากกว่า แต่ในความจริงแล้วถึงแม้ว่าโอกาสจะน้อยกว่า แต่ผู้หญิงเองก็สามารถเกิดปัญหาหัวเถิก ผมร่วง ผมบางได้เช่นกัน

ปัญหาหัวเถิก หน้าผากกว้างนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วในปัจจุบันสามารถใช้เทคนิคทางการแพทย์อย่างการปลูกไรผมเพื่อสร้างพื้นที่การงอกของไรผม เพื่อแก้ปัญหาหัวเถิก ผมร่วง หน้าผากกว้างที่กวนใจได้นั่นเอง

ในบทความนี้คุณหมอจะพาไปทำความรู้จักกับไรผมคืออะไร การปลูกไรผมสามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวเถิกได้จริงไหม มีวิธีปลูกไรผมแบบไหนบ้าง และหากสนใจปลูกไรผมจะมีวิธีการเลือกปลูกไรผมที่ไหนดีอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ



ไรผม คืออะไร

ปลูกไรผม
ไรผม คืออะไร

ไรผม คือลูกผมที่ขึ้นบริเวณตามแนวผม ซึ่งแนวผมนั้นเป็นเสมือนแนวกั้นของใบหน้า เส้นไรผมหรือลูกผมที่เกิดขึ้นบริเวณนี้จะมีขนาดบางและเล็ก และแนวการขึ้นของไรผมในแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันตามลักษณะของโครงหน้าอีกด้วย 

ไรผมมีความสำคัญที่ทำให้ใบหน้าเราดูสวยงาม สัดส่วนของใบหน้าดูเล็กลง สัดส่วนดูเหมาะสม แต่เมื่อไหร่ที่ไรผมร่วงและขึ้นช้าลง เริ่มมีแนวโน้มที่แนวผมจะร่นถอยลง หรือในบางคนอาจเริ่มมีปัญหาผมช่วงหน้าบางลง นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าในไม่ช้าคุณกำลังจะประสบปัญหาหน้าผากกว้าง หัวเถิกอย่างแน่นอน

เมื่อเกิดปัญหาไรผมร่วง หน้าผากเริ่มมีพื้นที่โล่งมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับสาว ๆ อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเองได้ วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลคือการปลูกไรผมผู้หญิงที่สามารถสร้างแนวไรผมใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเองค่ะ


ลักษณะอาการหัวเถิก หน้าผากกว้าง ไม่มีไรผม เป็นอย่างไร

หัวเถิก
ลักษณะอาการหัวเถิก หน้าผากกว้าง ไม่มีไรผม เป็นอย่างไร

เพราะไรผมนั้นเป็นเสมือนเส้นกั้นของแนวผม ทำให้พื้นที่แนวผมดูเติมเต็ม ใบหน้าได้สัดส่วน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไรผมหายไป ก็จะทำให้พื้นที่บนหน้าผากกว้างและร่นสูงขึ้น เกิดปัญหาหัวเถิก ศีรษะล้านขึ้นค่ะ 

โดยปัญหาหัวเถิก หน้าผากกว้างในผู้หญิงและผู้ชายอาจมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง สำหรับผู้ชายนั้นอาการหัวเถิกมักจะมีแนวไรผมถอยร่นขึ้นมาด้านบนเรื่อย ๆ ทำให้เกิดพื้นที่กว้างระหว่างช่วงคิ้วจนถึงช่วงแนวผมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สำหรับปัญหาหน้าผากกว้าง หัวเถิกในผู้หญิงมักจะเกิดจากการที่ไรผมขาดร่วงและผมบางลง ส่งผลให้เห็นหนังศีรษะชัดเจนกว่าปกติค่ะ

แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็สามารถสร้างความไม่มั่นใจในตนเองได้ทั้งนั้น อีกทั้งหากปล่อยทิ้งไว้ไม่หาวิธีแก้ไข ในที่สุดก็อาจทำให้หัวล้านได้

สาเหตุหัวเถิก 

อาการหัวเถิกและหน้าผากกว้างนั้นมีสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งแบบที่ตัวเราไม่สามารถควบคุมได้ และเกิดขึ้นโดยพฤติกรรมของเราเองค่ะ โดยบางครั้งก็อาจเกิดร่วมกันทั้งสองรูปแบบเลยก็ได้ เช่น

  • เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

ฮอร์โมนในร่างกายคนเรานั้นมีความสำคัญอย่างมากในการทำให้ร่างกายเราเกิดลักษณะใด ๆ ขึ้น สำหรับอาการหัวเถิก ผมร่วง ผมบาง หน้าผากกว้างขึ้นนั้นฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงมีส่วนอย่างมากค่ะ

สำหรับผู้หญิงมักจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านฮอร์โมนอยู่บ่อยครั้ง เมื่อฮอร์โมนในร่างกายขาดสมดุลก็มักจะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ รวมถึงผมขาดหลุดร่วง ผมบางลง เป็นเหตุที่ทำให้ดูหัวเถิก หน้าผากกว้างขึ้นค่ะ

ในส่วนของผู้ชายเองปัญหาหัวเถิกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยค่ะ เนื่องจากฮอร์โมนเพศชาย DHT หรือฮอร์โมนไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน (Dihydrotestosterone) ทำงานโดยส่งผลกระทบต่อรากผม ทำให้วัฏจักรของเส้นผมเปลี่ยนไปอย่างการทำให้ผมร่วงเร็วขึ้น ขึ้นใหม่ช้าลงและทำให้เส้นผมเล็กลง จึงทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบาง หัวเถิกนั่นเองค่ะ

  • ผลข้างเคียงจากโรค

การเกิดโรคใด ๆ มักทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ได้ง่าย ถึงแม้ว่าตัวโรคที่เป็นอยู่จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเส้นผมโดยตรงก็ตาม สำหรับอาการไรผมร่วง หน้าผากกว้างขึ้น ผมน้อยจนหัวเถิกก็เป็นหนึ่งในผลข้างเคียงจากโรคหลาย ๆ ชนิด เช่น โรคเอสแอลอี (SLE) หรือแพ้ภูมิตัวเอง โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน รวมถึงการทำคีโม การฉายแสงบำบัดรักษามะเร็ง เป็นต้น

และยังมีโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรงที่ทำให้เกิดหัวเถิก ไรผมร่วง หัวล้านได้ เช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคภูมิแพ้รากผมตัวเอง เป็นต้น

  • กรรมพันธุ์

ลักษณะที่ปรากฏขึ้นบนตัวเรามักได้รับการสืบทอดมาต่อจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษของเราค่ะ หากพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายของเรานั้นมีลักษณะผมบาง ไม่มีไรผม หัวเถิก ตัวเราเองก็มักจะได้รับการสืบทอดกรรมพันธุ์แบบนี้มาเช่นกันค่ะ และอาการหัวเถิก หน้าผากกว้าง ไรผมไม่มีจากกรรมพันธุ์เป็นสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นได้ หากต้องการแก้ปัญหาอาจต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์อย่างการปลูกไรผมเข้ามาช่วยค่ะ

  • พฤติกรรม

สาเหตุที่ทำให้หัวเถิก หน้าผากกว้างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ 3 ข้ออาจเป็นสาเหตุที่ควบคุมได้ยากหรือไม่สามารถควบคุมและป้องกันได้ แต่สำหรับสาเหตุหัวเถิกจากพฤติกรรมนั้นสามารถป้องกันได้หากทราบถึงพฤติกรรมเสี่ยง ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการไรผมร่วง หน้าผากกว้าง ดังนี้

  • การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

มนุษย์เราจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองขณะหลับค่ะ แต่เมื่อเรานอนไม่พอก็จะทำให้ร่างกายฟื้นฟูตนเองได้ไม่เต็มที่ สามารถส่งผลต่อความแข็งแรงของรากผม ทำให้ไรผมร่วงง่าย ขึ้นช้า และหัวเถิกได้ค่ะ

  • การทำสีผม ดัดผม ใช้ความร้อนกับเส้นผมและหนังศีรษะ

ถึงแม้ว่าการกระทำเหล่านี้จะช่วยให้ผมดูสวยได้ตามต้องการ แต่ก็เป็นความสวยเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อทำผมบ่อย ๆ เข้าก็จะทำให้รากผมอ่อนแอ และนำมาสู่ปัญหาไรผมร่วง ผมเสีย ผมบางลง

  • ความเครียด

ความเครียดส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายโดยตรงค่ะ หากเกิดความเครียดจะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนและทำให้ผมร่วง ไรผมหลุดร่วงง่าย และเกิดปัญหาหน้าผากกว้างขึ้นง่ายกว่าเดิมค่ะ 

อีกทั้งในบางรายที่เมื่อเกิดความเครียดและชอบดึงแนวไรผมของตนเอง เป็นการทำร้ายรากผมของไรผมอย่างรุนแรง เมื่อรากผมถูกทำลายจึงทำให้ไรผมไม่งอกใหม่อีก และทำให้หัวเถิก ผมบางลงนั่นเอง


“ปลูกไรผม” แก้ปัญหาหัวเถิก หน้าผากกว้าง

การปลูกไรผม เป็นหนึ่งในการปลูกผม หรือการปลูกถ่ายรากผมด้วยเซลล์รากผมจากบริเวณที่แข็งแรง ไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน เช่น บริเวณผมท้ายทอย มาปลูกถ่ายลงบริเวณที่ต้องการอย่างเช่นแนวไรผม ทำให้ไรผมหรือเส้นผมสามารถงอกขึ้นใหม่ในบริเวณที่ปลูกถ่ายไปอย่างแข็งแรง ดูหนาขึ้นกว่าเดิมค่ะ

เทคนิคการปลูกไรผมที่นิยมใช้รักษาอาการหน้าผากกว้าง หัวเถิก ผมบาง ศีรษะล้านมีอยู่หลายวิธี แต่ละวิธีก็มีจุดเด่นในตัวเอง ดังนี้

ปลูกไรผม แบบ FUE

การปลูกไรผมแบบ FUE หรือ Follicular unit transplantation เป็นวิธีปลูกไรผมถาวรแบบไม่ต้องผ่าตัดค่ะ โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสำหรับเจาะเอาเซลล์รากผมขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อเจาะดึงเอารากผมบริเวณท้ายทอยออกมาและนำไปปลูกถ่ายบริเวณที่ต้องการเพิ่มแนวไรผมค่ะ

วิธีปลูกไรผมแบบ FUE มีจุดเด่นคือไม่ต้องผ่าตัดจนเกิดบาดแผลกว้างบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงออกมา และหัวเจาะที่เอาเซลล์รากผมออกมานั้นมีขนาดเล็กมาก ๆ ทำให้สังเกตเห็นบาดแผลได้ยาก ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะทำให้ไรผมใหม่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

แต่อย่างไรก็ตามการปลูกไรผม FUE จำเป็นจะต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์อย่างมาก อีกทั้งยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีผมบริเวณท้ายทอยบาง ผู้ที่ผมบางทั่วศีรษะ และผู้ที่จำเป็นต้องใช้จำนวนกราฟผมมากเพราะจะทำให้ผลลัพธ์หลังปลูกไรผมไม่ได้ประสิทธิภาพ

สนใจการปลูกผมแบบ FUE อ่านต่อได้ที่ : ปลูกผม FUE

ปลูกไรผม แบบ Strip FUT

การปลูกไรผมแบบ Strip FUT เป็นวิธีการปลูกไรผมถาวรที่ต้องผ่าตัดเพื่อนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงมาปลูกถ่ายลงบนแนวไรผมหรือบริเวณอื่น ๆ ที่ต้องการค่ะ โดยการปลูกไรผมวิธีนี้แพทย์จะต้องผ่าตัดเปิดแผลประมาณหนึ่งเพื่อให้ได้เซลล์รากผมไปใช้เป็นวัตถุดิบในการปลูกไรผม ซึ่งความกว้างจะไม่เกิน 2 เซนติเมตร แต่ความยาวนั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการปลูกไรผม ยิ่งมีบริเวณที่ต้องใช้เซลล์รากผมกว้างยิ่งมีแผลเป็นยาวค่ะ 

วิธีปลูกไรผมแบบ Strip FUT นั้นมีข้อดีคือสามารถให้เซลล์รากผมในสภาพที่สมบูรณ์และได้จำนวนเซลล์รากผมมาก และที่สำคัญการปลูกไรผมแบบ Strip FUT จะไม่ทำให้ผมท้ายทอยซึ่งเป็นส่วนที่เก็บเซลล์รากผมไปดูบางลงอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตามการปลูกไรผมแบบ Strip FUT นั้นทำให้เกิดแผลเป็นยาวที่บริเวณท้ายทอย หากไว้ผมสั้นก็อาจทำให้เห็นรอยแผลเป็นได้ อีกทั้งใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเพราะมีแผลขนาดใหญ่กว่าการปลูกผม FUE และยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีหนังศีรษะตึงมาก เพราะแผลจะแยกง่าย

สนใจการปลูกผมแบบ FUT อ่านต่อได้ที่ : ปลูกผม FUT


ปลูกไรผม แบบ DHI

ปลูกไรผม แบบ DHI
ปลูกไรผม แบบ DHI

การปลูกไรผมแบบ DHI หรือ Direct hair implant ที่จริงเป็นขั้นตอนของการนำเซลล์รากผมที่เก็บเกี่ยวมาแล้วจากบริเวณที่รากผมแข็งแรงอย่างท้ายทอยมาปลูกลงบริเวณที่ต้องการด้วยการใช้เครื่องมือพิเศษ โดยเทคนิคนี้จะช่วยทำให้เซลล์รากผมสามารถลงไปฝังบริเวณที่ต้องการปลูกอย่างไรผมได้สภาพสมบูรณ์ที่สุด ก่อให้เกิดอาการเจ็บน้อยที่สุด เพิ่มโอกาสการติดของเซลล์รากผมมากที่สุด 

แต่อย่างไรก็ตามการใช้เทคนิค DHI ในการปลูกไรผมจำเป็นต้องทำด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์เพื่อให้เซลล์รากผมที่ฝังตัวลงไปมีโอกาสติดมากที่สุด อีกทั้งหัวเข็มช่วยปลูกไรผมค่อนข้างหักงอได้ง่าย หากใช้โดยผู้ที่ไม่มีประสบการณ์อาจทำให้หัวเข็มเกิดความเสียหายขึ้น

สนใจการปลูกผมแบบ DHI อ่านต่อได้ที่ : ปลูกผม DHI


ปลูกไรผม แบบ LLLT

ปลูกไรผม แบบ LLLT
ปลูกไรผม แบบ LLLT

วิธีปลูกไรผมวิธีสุดท้ายอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายเซลล์รากผม แต่ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ไรผมขึ้นใหม่อย่างแข็งแรงได้ นั่นก็คือการปลูกไรผมแบบ LLLT หรือ Low level laser light therapy เป็นการใช้คลื่นพลังงานต่ำที่ความยาวคลื่น 633 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถทำให้เลือดไหลเวียนบริเวณหนังศีรษะได้ดีขึ้น จึงเป็นกระตุ้นการงอกของไรผมใหม่ ลดการหลุดร่วงของไรผมเดิม และยังช่วยให้ไรผมที่ขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรงไม่ขาดร่วงง่ายอีกด้วย

การปลูกไรผมแบบ LLLT นั้นไม่ใช้การผ่าตัด เจ็บตัวน้อยที่สุด หากสามารถเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้ไรผมกลับมาขึ้นเป็นปกติและแข็งแรงอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามการจะปลูกไรผมแบบ LLLT นั้นจำเป็นจะต้องยังมีเซลล์รากผมเดิมหลงเหลืออยู่ ไม่สามารถรักษาหัวเถิก หน้าผากกว้าง ศีรษะล้านที่ไม่มีเซลล์รากผมหลงเหลืออยู่แล้วได้ค่ะ

สนใจการปลูกผมแบบ LLLT อ่านต่อได้ที่ : เลเซอร์ LLLT


ปลูกไรผม มีรูปแบบไหนบ้าง

ปลูกไรผมธรรมชาติ
ปลูกไรผม มีรูปแบบไหนบ้าง

การปลูกไรผมที่ดีนั้นจะต้องวางแผนเพื่อให้แนวผมใหม่เข้ากับใบหน้าหรือตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการมากที่สุด โดยแนวผมยอดนิยมที่ช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วน สวยงามตามธรรมชาติมีดังนี้

1. ทรงโค้ง

สำหรับผู้ที่มีปัญหาไรผมบาง หน้าผากกว้างทำให้ใบหน้าดูยาวมากเกินไปสามารถปลูกไรผมทรงโค้งได้เพื่อลดความยาวของใบหน้าลง หน้าดูเล็กลง ในผู้หญิงก็จะทำให้หน้าดูละมุนมากขึ้น

2. ทรงหัวใจ

ผู้ที่มีปัญหาหน้าผากกว้าง หัวเถิกทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร กรอบหน้าไม่ชัด สามารถใช้การปลูกไรผมทรงหัวใจเพื่อทำให้กรอบหน้าดูชัด ส่วนไรผมที่หายไปกลับมาเติมเต็มแนวผมมากขึ้น และยังทำให้หน้าดูหวานขึ้นอีกด้วย

3. ทรงธรรมชาติ

ปลูกไรผมธรรมชาติสามารถแก้ปัญหาผมด้านหน้าบางได้ โดยไรผมทรงธรรมชาตินี้เหมาะกับผู้หญิง เพราะอาการไรผมบางของผู้หญิงมักเกิดบริเวณด้านข้างเหนือหน้าผาก ทำให้ดูหัวเถิก ผมบาง 


ราคาปลูกไรผม 

การปลูกไรผมอาจกำหนดราคาแบบจำเพาะเจาะจงได้ยากเนื่องจากค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น เทคนิคการปลูกไรผมที่ใช้ จำนวนกราฟผมที่ต้องการปลูกไรผม เครื่องมือที่ใช้ในการปลูกไรผม และค่าบริการของแต่ละคลินิกหรือโรงพยาบาลค่ะ แต่หากให้ประมาณช่วงกว้าง ๆ การปลูกไรผมก็จะมีราคาช่วง 20,000-100,000 บาทค่ะ


ปลูกไรผม ที่ไหนดี

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาหน้าผากกว้าง หัวเถิก ไรผมไม่มี และมีความกังวลใจอย่างมาก อยากจะมาปลูกไรผมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกครั้ง การเลือกคลินิกปลูกไรผมที่ดีจะช่วยให้คุณได้รับการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า และพึงพอใจที่สุดค่ะ

โดยการเลือกคลินิกที่เหมาะสมนั้นควรจะมีแพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำคลินิก และทุกหัตถการก็ควรจะดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น สถานที่บริการก็ควรจะมีความสะอาด มีเครื่องมือครบครัน ได้รับมาตรฐาน และมีค่าบริการที่สมเหตุสมผลค่ะ

ที่ Dr.Tarinee Hair Clinic เรามีแพทย์เฉพาะทางประจำคลินิก คุณหมอจะเป็นผู้ดูแลทุกเคส สามารถวางใจและเข้ารับบริการได้อย่างปลอดภัย ที่คลินิกเรามีบริการปรึกษาและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจร เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะได้ครอบคลุมที่สุด

สนใจปรึกษาคุณหมอที่ Dr.Tarinee Hair Clinic สามารถติดต่อได้ที่ : 


สรุปปัญหาไรผมบาง ไม่สวย แก้ไขได้ด้วยการปลูกไรผม

ปัญหาหน้าผากกว้าง หัวเถิก ไรผมน้อยหรือไม่มีไรผมเลยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายค่ะ สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็มีทั้งที่ไม่สามารถป้องกันได้อย่างผลข้างเคียงจากโรค การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้อย่างพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาที่น่ากังวลใจนี้สามารถแก้ได้ด้วยการปลูกไรผม เสริมแนวไรผมที่ขาดหายไปให้กลับมาเต็ม ดูผมหนา ใบหน้าได้รูป เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง


อ้างอิง

Dunkin, MA. (2022, April 26). Hair Transplants: What to Expect. WebMD. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/hair-loss/hair-transplants

Gucsi, E. (2023, March 20). Hairline Transplant: Everything you need to know in 2023. HairPalace. https://www.hairpalace.co.uk/hairline-transplant/


Vara, R. (n.d.). Everything you need to know about hairline transplants. The treatment room london. https://www.treatmentroomslondon.com/hair-transplant-surgery/hairline-hair-transplant/