อาการผมร่วงในผู้ป่วยโรคมะเร็ง

อาการผมร่วง

ปัญหาผมร่วงหลังจากเป็นโรคมะเร็งนั้นพบได้บ่อยขึ้น ซึ่งมีทั้งผมร่วงที่เกิดจากตัวโรคมะเร็งเอง แต่โดยส่วนใหญ่เกิดจากการรักษา เช่น ยาเคมีบำบัด การฉายแสง หรือยากลุ่มใหม่ๆที่เรียกว่า targeted therapy ที่นอกจากจะไปช่วยยับยั้งหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ก็ยังไปยับยั้งหรือทำลายการวงจรของผมด้วยเช่นกัน ทำให้คนไข้มีอาการผมร่วงทั่วๆ ศีรษะ หรือมีขนคิ้ว ขนตา ขนตัวร่วง หลังจากการรักษา 1-2 เดือน อาการนี้ส่งผมกระทบต่อสภาวะจิตใจของคนไข้อย่างมาก เรามาทำความรู้จักภาวะผมร่วงหลังจากเป็นมะเร็งนี้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้ดูแลตัวเอง หรือป้องกัน หรือให้คำแนะนำได้ถูกต้องกันค่ะ



เรื่องควรรู้เกี่ยวกับยาหรือการรักษาโรคมะเร็งที่ทำให้ผมร่วง

ยารักษามะเร็ง ทำให้ผมร่วง
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับยาหรือการรักษาโรคมะเร็งที่ทำให้ผมร่วง

รูปภาพจาก : 4 Things to Ask About Cancer and Hair Loss | Cancer.Net

ตัวมะเร็งเองก็มาสามารถทำให้ผมร่วงได้ แต่ก็มีสาเหตุอื่นที่ทำให้ผมร่วงในช่วงที่เป็นมะเร็งหรือกำลังรักษา เช่น ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ ภาวะขาดธาตุเหล็ก

แต่สิ่งที่พบบ่อยมากกว่าที่ทำให้ผมร่วงขณะเป็นมะเร็งคือเกิดจากการรักษา หรือยาบางตัว ดังตัวอย่างข้างล่าง ดังนั้นหากคุณกำลังมีปัญหาผมร่วง ควรพูดคุยกับคุณหมอผู้ดูแล หรือทีมที่ดูแลว่าการรักษานี้มีโอกาสทำให้ผมร่วงได้หรือไม่ แล้วหากเกิดผลข้างเคียงสามารถใช้ยาตัวอื่นที่ผลข้างเคียงน้อยกว่าได้หรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรคุยเรื่องข้อดีข้อเสียของการรักษา และในบางครั้งการใช้ยารักษามะเร็งที่ทำให้ผมร่วงอาจจะเป็นยาตัวเดียวที่คุณตอบสนองก็ได้ แต่อย่างน้อยคุณจะรู้ว่าผมร่วงเกิดจากอะไร แล้วจะมีการรับมือกับปัญหานี้อย่างไร รวมถึงหมอจะแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นไว้ให้ด้วยค่ะ 

  ยาเคมีบำบัดที่พบว่าทำให้เกิดผมร่วงบ่อยคือ

  • Altretamine (Hexalen)
  • Carboplatin (Paraplatin)
  • Cisplatin (Platinol)
  • Cyclophosphamide (Neosar)
  • Docetaxel (Taxotere)
  • Doxorubicin (Adriamycin, Doxil)
  • Epirubicin (Ellence)
  • Fluorouracil (5-FU)
  • Gemcitabine (Gemzar)
  • Idarubicin (Idamycin)
  • Ifosfamide (Ifex)
  • Paclitaxel (multiple brand names)
  • Vincristine (Marqibo, Vincasar)
  • Vinorelbine (Alocrest, Navelbine)

แต่หลังจากได้รับยาผมจะยังไม่ร่วงทันที จะร่วงหลังจากเริ่มยาประมาณ 1- 2 เดือน และอัตราหรือความรุนแรงขึ้นกับขนาดยาที่ได้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล อาการผมร่วงจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อหยุดยาหรือทำการรักษาเสร็จไป 1-3 เดือน แล้วค่อยๆกลับมาเหมือนเดิม 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาตัวเองในช่วงฟื้นฟู 

นอกจากยาเคมีบำบัด ตัวการรักษาแบบอื่นก็ทำให้ผมร่วงได้ด้วยเช่นเดียวกัน คือ

  • การฉายแสง เช่น ฉายแสงที่บริเวณเชิงกราน อาจจะทำให้ขนหัวหน่าวร่วงหรือบางลงได้ขึ้นกับจำนวนครั้งของการฉาย และขนากของการฉาย และเมื่อหยุดฉาย ผมจะค่อยกลับมางอก ใน 1- 3 เดือนหลังจากนั้น หรือบางรายอาจจะไม่กลับมาหนาเหมือนเดิม
  • ยารักษากลุ่มฮอร์โมน เช่น Tamoxifen (Nolvadex) อาจจะไม่ได้ทำให้ผมร่วงโดยตรง แต่ทำให้ผมบางลงได้
  • การใช้ยากลุ่มใหม่ชื่อ Targeted therapy โดยยากลุ่มนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ผมร่วงโดยตรงแต่อาจจะทำให้ผมบางลง หรือแห้งลง ขาดง่าย เช่น
    • Afatinib (Gilotrif)
    • Cetuximab (Erbitux)
    • Dabrafenib (Tafinlar)
    • Dasatinib (Sprycel)
    • Erlotinib (Tarceva)
    • Ibrutinib (Imbruvica)
    • Imatinib (Gleevec, Glivec)

เช็กให้ชัวร์ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง 

ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็ง
เช็กให้ชัวร์ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

รูปภาพจาก : Cancer: Causes and Risk Factors (verywellhealth.com)

จริงๆ แล้วแต่ละคนมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งไม่เหมือน และในปัจจุบันโรคมะเร็งบางชนิดก็ไม่ทราบสาเหตุหรือปัจจัยการเกิดชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ อายุ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ ลักษณะสิ่งแวดล้อม หรือการทำงานเช่นการทำงานที่ต้องเจอสารเคมีอยู่เป็นประจำ การทานอาหาร หรืออัตราการเกิดของแต่ละประเทศหรือภูมิลำเนา โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง ได้แก่

  • อายุที่มากขึ้น อัตราการเกิดมะเร็งจะสูงขึ้น
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่ สัมพันธ์ชัดเจนกับอัตราการเกิดมะเร็งปอด
  • การทานอาหารบางชนิด หรือการทานอาหารไม่ครบ
  • ความอ้วน น้ำหนักเกิน
  • แสงแดด สัมพันธ์ชัดเจนต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
  • การรับยาฮอร์โมนบางอย่าง
  • การสัมผัสเคมีบางอย่างอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ได้มีการป้องกันที่ดีเพียงพอ
  • การติดเชื้อบางอย่างเรื้อรัง เช่น เชื้อไวรัส HPV กับมะเร็งปากมดลูก เชื้อไวรัสตับอักเสบ มะเร็งตับ เป็นต้น
  • การอักเสบเรื่องรังบางอย่างเช่น เป็นผิวหนังอักเสบเรื้อรังแล้วไม่ได้รักษาให้หาย
  • รังสีจากการฉายแสง 

โดยอาการอะไรบ้างที่เราต้องระวังว่าจะเป็นอาการของโรคมะเร็ง คือ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผมร่วง มีก้อนผิดปกติ ตาเหลือง ตัวเหลือง เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดบางบริเวณเรื้อรัง หรืออาการทางระบบประสาทอื่นๆ ผื่นบางอย่าง ก็ควรตรวจหาความผิดปกติ


เป็นมะเร็ง ทำคีโมแล้วผมร่วงทุกคนไหม

ทำคีโมแล้วผมร่วงทุกคนไหม
เป็นมะเร็ง ทำคีโมแล้วผมร่วงทุกคนไหม

รูปภาพจาก : Cureus | Persistent Alopecia in a Breast Cancer Patient Following Taxane Chemotherapy and Adjuvant Endocrine Therapy: Case Report and Review of Post-treatment Hair Loss in Oncology Patients with Breast Cancer | Article

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ใช่มะเร็งทุกชนิดจะทำให้ผมร่วง และไม่ใช้ยาคีโมบำบัดทุกตัวจะทำให้ผมร่วง มีเพียงบางตัวเท่านั้น และขึ้นขนาดและขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วย และหากเกิดขึ้นแล้ว หลังจากให้คีโมบำบัดครบหรือจบไป ผมจะหยุดร่วงและค่อยๆ ขึ้นใหม่ในช่วง 1- 3 เดือน หากดูแลตัวเองดีในช่วงฟื้นฟู จะทำให้ผมกลับมากปกติได้ที่ 6-12 เดือน ในบางรายอาจจะมีภาวะผมบางต่อเนื่องได้ แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมกับคุณหมอผิวหนังและโรคผมได้ค่ะ

ถ้าหากไม่ได้เป็นมะเร็งแต่มีอาการผมร่วง แนะนำให้อ่านบทความเพิ่มเติมนี้ : สาเหตุผมร่วงผู้หญิง , สาเหตุผมร่วงผู้ชาย


วิธีดูแลผม เมื่อมีอาการผมร่วงจากมะเร็ง

วิธีดูแลอาการผมร่วงจากมะเร็ง
วิธีดูแลผม เมื่อมีอาการผมร่วงจากมะเร็ง

รูปภาพจาก : Cancer Hair Loss | Chemotherapy Hair Loss, Human Hair Wigs, Hair Loss Solutions, Hair Toppers, Rochester, Fairport NY – Foxy Hair Alternatives

เมื่อคุณเริ่มรู้สึกว่ามีผมร่วงหลังจากได้รับการรักษาโรคมะเร็งควรทำอย่างไร

  1. ตั้งสติว่ามันเกิดขึ้นได้และจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อการรักษาสิ้นสุดลง เพราะถ้าเรามีความวิตกกังวล หรือ เครียด อาจจะทำให้ยังร่วงเยอะขึ้น อาจจะแจ้งคนรอบข้างว่าเราอาจจะมีผมร่วงได้ เพื่อทุกคนเข้าใจและเตรียมรับมือกับมัน
  2. เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน และสระผมแบบเบามือ หรือสระให้ห่างขึ้น เช่น วันเว้นสองวัน
  3. หวีผมด้วยหวีซี่ห่าง และเบสมือ หลีกเลี่ยงหวีตอนผมเปียก
  4. หลีกเลี่ยงแดด เนื่องจากตอนที่เรามีผมร่วง ผมเราจะบางลง ทำให้หนังศีรษะของเราโดนแสงแดดมากขึ้นทำให้เกิดการอักเสบ หรือยิ่งทำให้ผมร่วงมากขึ้น หรือรากผมฝ่อบางตามมา ดังนั้น ควรพบร่ม หมวก หรือผ้าคลุมผมไว้ตลอด
  5. เมื่อผมเริ่มบางมากอาจจะตัดสินใจตัดผมสั้น เพื่อการดูแลง่ายขึ้น หรือทำให้ผมดูหนาขึ้น หรือบางคนอาจจะเลือกผ้ามาโพกศีรษะปิดบังผมที่บาง และเป็นการเพิ่มสีสันให้ในการแต่งตัวให้สดชื่นขึ้นอีกด้วย
  6. ทานอาหารที่หลากหลาย และสะอาดช่วยให้การฟื้นฟูได้ดีและเร็วขึ้น
  7. พูดคุยกับทีมที่ดูแล หรือกลุ่มเพื่อนที่ให้คีโมบำบัดเหมือนกัน ช่วยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การใช้ชีวิต และให้กำลังใจ เป็นการช่วยบอกเราว่ามีเพื่อนร่วมทางกับเราด้วย

ผมร่วงจากมะเร็ง รักษาอย่างไร

วิธีรักษาผมร่วงจากมะเร็ง
ผมร่วงจากมะเร็ง รักษาอย่างไร

รูปภาพจาก : Chemotherapy-Induced Hair Loss (Alopecia) | Clinical Pharmacy and Pharmacology | JAMA Oncology | JAMA Network

การรักษาผมร่วงจากการมะเร็ง หรือ การรักษามะเร็งนั้น อาจจะไม่ได้มีการรักษาเฉพาะเจาะจง เมื่อการรักษาต่างๆ สิ้นสุดลง ผมจะค่อยๆ หยุดหลุดร่วงและงอกใหม่ ในระหว่างการรักษานอกจากจะปฏิบัติตามคำแนะนำด้านบน อาจจะมีการใช้ยากระตุ้นผม ชื่อ ไมนอกซิดิล ทาช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่เร็วขึ้น และทำให้ขนาดเส้นอ้วนสมบูรณ์ หรือการตรวจดูระดับค่าวิตามินดี ธาตุเหล็ก หรือไทรอยด์ว่ามีอะไรผิดปกติ เพื่อแก้ปัญหาไปตามสาเหตุของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่มีการใช้ความเย็นเป็นลักษณะเหมือนหมวกสวมไว้ตอนที่ให้เคมีบำบัดเพื่อลดการหลุดร่วงหลังจากให้ยาเคมีบำบัด โดยความเย็นจะทำให้เส้นเลือดที่หนังศีรษะหดตัว ลดอัตราการเกิดยาเคมีบำบัดไหลเวียนไปบริเวณหนังศีรษะ ลดอัตราการทำลายหรือทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นเดียวกัน

เมื่อการรักษามะเร็งเสร็จเรียบร้อยหากยังมีอาการผมบาง หรือผมร่วง แนะนำให้มาตรวจกับแพทย์ผิวหนัง หรือเส้นผม เพื่อหาสาเหตุ และทำการรักษาเสริมอื่นๆ เช่น 

  • ยาแก้ผมร่วง เช่น ยากลุ่มไมนอกซิดิลชนิดทา ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม และทำให้ผมสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น
  • ฉีดสเต็มเซลล์ผม การนำรากผมของตัวเองมาสกัดเอาสเต็มเซลล์เพื่อมากระตุ้นเซลล์รากผม เป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะใช้เซลล์ของเราเอง และสามารถทำได้เมื่อรักษามะเร็งหายเรียบร้อยแล้ว 
  • เลเซอร์ LLLT เป็นการใช้เลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ มากระตุ้นให้เกิดการงอกของผม และทำให้ลดการอักเสบ และช่วยให้หนังศีรษะแข็งแรงขึ้น แถมยังเป็นวิธีที่ปลอดภัย ใช้ในคนที่มีโรคประจำตัวเยอะๆ ได้ ไม่เจ็บ 
  • ปลูกผม อาจจะทำในกรณีที่คนไข้หายจากการเป็นมะเร็งแล้ว และได้ทำการรักษาเบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ อาจจะต้องเข้ามาปรึกษาคุณหมอว่าสามารถทำการปลูกผมเพิ่มความหนาแน่นได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรรอให้ตัวมะเร็งหาย และการรักษาอื่นได้จบลงแล้ว และคนไข้สุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะผ่าตัดได้ และมีรากผมที่ท้ายทอยเพียงพอในการปลูกผม
  • ส่วนการฉีด PRP นั้นไม่แนะนำในคนที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งโรคเลือด

สรุปอาการผมร่วงจากมะเร็ง

โดยสรุปผมร่วงนั้นเกิดได้ทั้งจากมะเร็งบางชนิด และเกิดจากการรักษา เช่น ได้รับยาเคมีบำบัดบางชนิด หรือการรักษายาฮอร์โมน การฉายแสงรังสีรักษา หรือเกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นมะเร็งหรือการรักษามะเร็ง เช่น วิตามินดีต่ำ ไทรอยด์ผิดปกติ หรือขาดธาตุเหล็ก แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับมะเร็งทุกชนิด 

การรักษาจึงเป็นการประคับประคองเพราะส่วนใหญ่ผมร่วงจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อการรักษาสิ้นสุดลง บางรายอาจจะหยุดร่วงแต่ยังมีผมบาง เพราะเซลล์รากผมบางส่วนฝ่อตัวลงได้ หากมีอาการเช่นนี้ แนะนำให้ตรวจกับคุณหมอผิวหนัง หรือคุณหมอผม หรือมาปรึกษาหมอแก้ว พญ.ธาริณี ก่อวิริยกมล ที่จบทั้งแพทย์ผิวหนัง และโรคเส้นผม ช่วยตรวจและวินิจฉัยหาสาเหตุ และแนะนำแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายได้ ที่ Dr.Tarinee Hair Clinic โทร 088-9519193 ไลน์ @drtarinee ได้เลยนะคะ


Ref.

Hair Loss or Alopecia | Cancer.Net

Hair Loss (Alopecia) and Cancer Treatment – Side Effects – NCI

Risk Factors for Cancer – NCI

Chemotherapy-Induced Hair Loss (Alopecia) | Clinical Pharmacy and Pharmacology | JAMA Oncology | JAMA Network